คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 1008/2567  นาย พ.                                   โจทก์

                                                                     บริษัท ว.                                 จำเลย

พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕22 มาตรา 26

         ขณะโจทก์ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้อง จำเลยยังไม่ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดี ศาลแรงงานภาค 2 อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้ โดยไม่จำต้องฟังจำเลยก่อน ส่วนที่จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 26 บัญญัติให้อำนาจศาลแรงงานในการย่นหรือขยายระยะเวลาได้ตามความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมไว้เป็นการเฉพาะแล้ว การที่ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งว่า ตามคำร้องของจำเลยไม่ปรากฏเหตุสุดวิสัย จึงไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์นั้นเท่ากับศาลแรงงานภาค 2 ได้วินิจฉัยแล้วว่า คดียังไม่มีความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้แก่จำเลย ทั้งการที่โจทก์ขอถอนฟ้องเพื่อนำคดีมาฟ้องใหม่ก็เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย หากโจทก์ฟ้องเข้ามาใหม่จำเลยก็มีสิทธิที่จะยื่นคำให้การต่อสู้ได้เต็มที่อยู่แล้ว จึงถือไม่ได้ว่า
คดีมีความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่ศาลแรงงานภาค 2 จะพึงขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้จำเลย ที่ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์จึงชอบแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลย

______________________________

 

            โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๑๕,๑๒๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ๕๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย
อัตราร้อยละ ๕ ต่อปี นับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย
ที่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ ๕๐๐,๐๐๐ บาท และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับดวงตา
และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีทั้งหมดแก่โจทก์

         ระหว่างพิจารณาของศาลแรงงานภาค 2 โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้อง ศาลแรงงานภาค ๒ มีคำสั่งอนุญาต และให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ

         จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ศาลแรงงานภาค ๒ มีคำสั่งว่า ตามคำร้องไม่ปรากฏเหตุสุดวิสัย จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง

         จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องกับที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์
ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งว่า ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์ อีกทั้งการอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องเป็นดุลพินิจของศาล กรณีจึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย

         จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลแรงงานภาค ๒ ที่ไม่รับอุทธรณ์

         ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์
ของจำเลยว่า คำสั่งของศาลแรงงานภาค ๒ ที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ชอบหรือไม่ จำเลยอุทธรณ์

 

สรุปได้ความว่า กรณีที่ศาลแรงงานภาค ๒ มีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องและจำหน่ายคดีออกจาก
สารบบความ จำเลยย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว เพื่อให้ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิจารณา
และมีคำพิพากษาหรือคำสั่งได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ และ ๕๖ การที่ศาลแรงงานภาค ๒ พิจารณาแล้วมีคำสั่งในอุทธรณ์ของจำเลยว่า ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ อีกทั้งการอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องเป็นดุลพินิจของศาล
กรณีจึงไม่รับอุทธรณ์ เป็นการไม่ชอบ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลย ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่ง
นัดไกล่เกลี่ยวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ จำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องในวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๖ ต่อมาวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๖ โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องอ้างว่าคำฟ้องของโจทก์มีข้อบกพร่องบางประการ จะไปดำเนินการเสนอคำฟ้องเข้ามาใหม่ในโอกาสต่อไป ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งอนุญาตและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ครั้นถึงวันนัดไกล่เกลี่ย ทนายจำเลยมาศาลและยื่นคำร้อง
ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ที่ศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง โดยอ้างว่า ทนายจำเลยเพิ่งได้รับแจ้ง
จากเจ้าหน้าที่ว่าโจทก์ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องต่อศาล ซึ่งมีประเด็นปัญหาข้อกฎหมาย
และข้อเท็จจริงที่จำเลยยังไม่เห็นพ้องด้วย แต่ทนายจำเลยไม่สามารถเขียนอุทธรณ์ได้ทัน
ตามกำหนดระยะเวลาของกฎหมาย เพราะต้องใช้เวลาจัดเตรียมหลักฐานต่าง ๆ จึงขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปถึงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งว่า ตามคำร้องไม่ปรากฏเหตุสุดวิสัย จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง ซึ่งการถอนฟ้องนั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๕ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ก่อนจำเลยยื่นคำให้การ โจทก์อาจถอนคำฟ้องได้
โดยยื่นคำบอกกล่าวเป็นหนังสือต่อศาล” และวรรคสอง บัญญัติว่า “ภายหลังจำเลยยื่นคำให้การแล้ว โจทก์อาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้น เพื่ออนุญาตให้โจทก์ถอนคำฟ้องได้ ศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตหรืออนุญาตภายในเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ (๑) ห้ามไม่ให้ศาลให้อนุญาต
โดยมิได้ฟังจำเลยหรือผู้ร้องสอด ถ้าหากมี ก่อน...” เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า ขณะโจทก์ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องเป็นหนังสือต่อศาลแรงงานภาค ๒ จำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแล้ว แต่ยังไม่ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดี เป็นกรณีที่โจทก์ขอถอนฟ้องก่อนจำเลยยื่นคำให้การต้องตามประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๕ วรรคหนึ่ง ซึ่งมิได้บัญญัติห้ามไม่ให้ศาลให้อนุญาตโดยมิได้ฟังจำเลยก่อน ศาลแรงงานภาค 2 จึงมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้ โดยไม่จำต้องฟังจำเลยก่อน
การที่ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยจึงชอบด้วยประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๕ วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน
และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา 31 แล้ว ส่วนที่จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องดังกล่าว ซึ่งศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งไม่อนุญาต
ให้ยกคำร้อง และจำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งว่า ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาต
ให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์ อีกทั้งการอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องเป็นดุลพินิจของศาล กรณี
จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยนั้น ในกรณีนี้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๖ บัญญัติว่า “ระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่
ศาลแรงงานได้กำหนด ศาลแรงงานมีอำนาจย่นหรือขยายได้ตามความจำเป็น และเพื่อประโยชน์
แห่งความยุติธรรม” อันเป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้อำนาจศาลแรงงานในการย่นหรือขยายระยะเวลาได้ตามความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมไว้เป็นการเฉพาะแล้ว จึงไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ ซึ่งเป็นบทบัญญัติทั่วไปมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๓๑
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้ และตามมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้วางหลักเกณฑ์ว่าศาลแรงงานมีอำนาจในการย่นหรือขยายระยะเวลาได้ตามความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม หาได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าจะต้องมีพฤติการณ์พิเศษหรือเหตุสุดวิสัยเช่นที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ ไม่
การที่ศาลแรงงานภาค ๒ มีคำสั่งในคดีนี้ว่า ตามคำร้องของจำเลยไม่ปรากฏเหตุสุดวิสัย จึงไม่อนุญาต
ให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์นั้นเท่ากับศาลแรงงานภาค ๒ ได้วินิจฉัยแล้วว่า คดียังไม่มีความจำเป็น
และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยนั่นเอง เมื่อศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้กระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งการที่โจทก์ขอถอนฟ้อง
เพื่อนำคดีมาฟ้องใหม่ก็เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อโจทก์ได้รับอนุญาตให้ถอนฟ้องแล้ว
โจทก์ก็มีสิทธิจะนำคดีมาฟ้องใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๖
ถือไม่ได้ว่าเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่สุจริตเพื่อเอาเปรียบเชิงคดีแต่อย่างใด หากโจทก์ฟ้องเข้ามาใหม่จำเลยก็มีสิทธิที่จะยื่นคำให้การต่อสู้ได้เต็มที่อยู่แล้ว มิได้ทำให้จำเลยเสียเปรียบในทางคดี
ดังที่จำเลยกล่าวอ้างแต่อย่างใด กรณีจึงถือไม่ได้ว่าคดีมีความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่ศาลแรงงานภาค ๒ จะพึงขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้จำเลย ที่ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งไม่อนุญาต
ให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์จึงชอบแล้ว ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษเห็นพ้องด้วยในผล
กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลย

         พิพากษายืน.

(พนารัตน์ คิดจิตต์ – วรศักดิ์ จันทร์คีรี – ฤทธิรงค์ สมอุดร)

ชนันท์ชัย ภัทรสกล - ย่อ

สุโรจน์ จันทรพิทักษ์ - ตรวจ