คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 4173/2562 บริษัทรูเบียอุตสาหกรรม จำกัด โจทก์
นายวิเชียร ทองอยู่ จำเลย
พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 52
การที่ผู้คัดค้านไปดื่มเบียร์กับพวกในช่วงเวลาพัก และเมื่อกลับเข้ามาในโรงงานของผู้ร้องเวลาประมาณ 13 นาฬิกา ผู้คัดค้านยังไปดื่มเบียร์กับพวกที่โรงคัดแยกขยะซึ่งอยู่ภายในโรงงาน
ของผู้ร้องอีกจนถึงเวลาประมาณ 17 นาฬิกา อันเป็นเวลานานหลายชั่วโมง โดยที่ผู้คัดค้านมิได้
เกรงกลัวว่าการกระทําดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทํางานของผู้ร้อง แม้ผู้คัดค้าน
จะไม่ได้ทําหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมเครื่องจักรหรือเกี่ยวข้องกับการผลิต แต่ผู้คัดค้านเป็นช่างไฟฟ้าทั่วไปมีหน้าที่ดูแลซ่อมแซมระบบไฟฟ้า และมีหน้าที่เดินตรวจดูความเรียบร้อยในบริเวณโรงงาน รวมถึงเดินตรวจดูเครื่องจักรด้วย และแม้หน้าที่ตรวจดูดังกล่าวจะไม่ใช่หน้าที่หลักของผู้คัดค้าน
ก็ตาม แต่การปฏิบัติงานของผู้คัดค้านไม่ว่าจะเป็นหน้าที่หลักหรือหน้าที่รอง เมื่อผู้คัดค้านดื่มของมึนเมาในขณะปฏิบัติงานย่อมอาจเกิดการผิดพลาดหรือบกพร่องซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่พนักงานอื่นได้ โดยง่าย นอกจากนั้นผู้คัดค้านยังเป็นกรรมการลูกจ้างและเป็นรองประธานสหภาพแรงงาน
ร. ย่อมต้องปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกจ้างด้วยกัน การกระทําของผู้คัดค้านดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทํางานของผู้ร้องกรณีที่ร้ายแรง กรณีมีเหตุสมควรอนุญาต
ให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้
______________________________
ผู้ร้องยื่นคำร้องนายวิเชียรโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอศาลอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านเพียงตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร
ศาลแรงงานภาค ๑ มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ คำขออื่นให้ยก
ผู้คัดค้านอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค ๑ ฟังข้อเท็จจริงว่า
ผู้คัดค้านเป็นลูกจ้างผู้ร้อง ตำแหน่งช่างไฟฟ้าทั่วไป และเป็นกรรมการลูกจ้างผู้ร้อง เมื่อวันที่
๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นวันทำงานและในระหว่างทำงาน ผู้คัดค้านกับพวกร่วมกันดื่มเบียร์ภายในบริเวณโรงงานของผู้ร้อง แล้ววินิจฉัยว่า การที่ผู้คัดค้านดื่มเบียร์ในเวลาทำงานและสถานที่ทำงานของผู้ร้อง เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องตามเอกสารหมาย ร.๑๒ ข้อ ๖ และในข้อ ๘ ยังระบุไว้ว่า ผู้ร้องไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างกรณีลูกจ้างดื่มสุราในบริเวณบริษัทของผู้ร้องได้
ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องดังกล่าว ถือว่าการดื่มของมึนเมาในสถานที่ทำงานของผู้ร้อง
เป็นเรื่องร้ายแรง ผู้คัดค้านถึงขนาดร่วมกับพวกหลายคนดื่มเบียร์ด้วยกันในเวลาทำงานตั้งแต่เวลา
๑๓ นาฬิกา ถึง ๑๗ นาฬิกา อันเป็นเวลานานหลายชั่วโมง แสดงให้เห็นว่าผู้คัดค้านไม่ได้หวั่นเกรง
การกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง อีกทั้งผู้คัดค้านยังมีหน้าที่เดินตรวจดูความเรียบร้อยในบริเวณโรงงาน รวมถึงเดินตรวจดูเครื่องจักรและเคยซ่อมมอเตอร์ของเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตด้วย การที่
ผู้คัดค้านดื่มของมึนเมาในขณะทำงานย่อมมีโอกาสก่อให้เกิดความบกพร่องในการทำงานซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่พนักงานอื่นได้ ประกอบกับผู้คัดค้านเป็นกรรมการลูกจ้างและเป็นรองประธานสหภาพแรงงาน
รูเบีย ประเทศไทย สมควรทำตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกจ้างด้วยกัน การกระทำของผู้คัดค้านจึงถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องในกรณีที่ร้ายแรง มีเหตุสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้าง ผู้คัดค้านได้ ส่วนที่ผู้ร้องจะต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้คัดค้านหรือไม่ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่ผู้ร้อง
มีคำสั่งเลิกจ้างผู้คัดค้านแล้ว กรณียังไม่สมควรมีคำสั่งไว้ล่วงหน้าโดยยังไม่มีข้อพิพาทเกิดขึ้น
มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านว่า กรณีมีเหตุสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้าง ผู้คัดค้านหรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้คัดค้านไปดื่มเบียร์กับพวกในช่วงเวลาพัก และเมื่อกลับเข้ามาในโรงงาน ของผู้ร้องเวลาประมาณ ๑๓ นาฬิกา ผู้คัดค้านยังไปดื่มเบียร์กับพวกที่โรงคัดแยกขยะซึ่งอยู่ภายในโรงงานของผู้ร้องอีกจนถึงเวลาประมาณ ๑๗ นาฬิกา อันเป็นเวลานานหลายชั่วโมง โดยที่ผู้คัดค้านมิได้เกรงกลัวว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้อง แม้ผู้คัดค้านจะไม่ได้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมเครื่องจักรหรือเกี่ยวข้องกับการผลิต แต่ผู้คัดค้านเป็นช่างไฟฟ้าทั่วไปมีหน้าที่ดูแลซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและมีหน้าที่เดินตรวจดูความเรียบร้อยในบริเวณโรงงานรวมถึงเดินตรวจดูเครื่องจักรด้วย และแม้หน้าที่ตรวจดูดังกล่าวจะไม่ใช่หน้าที่หลักของผู้คัดค้านก็ตาม แต่การปฏิบัติงานของผู้คัดค้านไม่ว่า
จะเป็นหน้าที่หลักหรือหน้าที่รอง เมื่อผู้คัดค้านดื่มของมึนเมาในขณะปฏิบัติงานย่อมอาจเกิดการผิดพลาดหรือบกพร่องซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่พนักงานอื่นได้โดยง่าย นอกจากนั้นผู้คัดค้านยังเป็นกรรมการลูกจ้างและเป็นรองประธานสหภาพแรงงาน รูเบีย ประเทศไทย ย่อมต้องปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกจ้างด้วยกัน การกระทำของผู้คัดค้านดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องกรณีที่ร้ายแรง กรณีมีเหตุสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์
พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๕๒ ที่ศาลแรงงานภาค ๑ พิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
(วัฒนา สุขประดิษฐ์ – อนันต์ คงบริรักษ์ – สุวรรณา แก้วบุตตา)
ฐานุตร เล็กสุภาพ - ย่อ
สุโรจน์ จันทรพิทักษ์ - ตรวจ