คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 7015/2562
บริษัทขนส่ง จำกัด โจทก์
นายวรกร หะยีมายอ จำเลย
พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง วรรคสอง,
54 วรรคหนึ่ง
พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง
และวรรคสอง บัญญัติว่า คําฟ้องคดีแรงงานให้เสนอต่อศาลแรงงานที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลแรงงานนั้น ถ้าโจทก์มีความประสงค์จะยื่นคําฟ้องต่อศาลแรงงานที่โจทก์หรือจําเลยมีภูมิลําเนาอยู่ในเขต
ศาลแรงงาน เมื่อโจทก์แสดงให้ศาลแรงงานเห็นว่าการพิจารณาคดีในศาลแรงงานนั้น ๆ จะเป็น
การสะดวก ศาลแรงงานจะอนุญาตให้โจทก์ยื่นคําฟ้องตามที่ขอนั้นก็ได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้
ให้ถือว่าสถานที่ที่ลูกจ้างทํางานเป็นที่ที่มูลคดีเกิดขึ้น ดังนั้น สถานที่มูลคดีเกิดขึ้นจึงหมายถึงสถานที่ที่ลูกจ้างทํางาน คือสถานีเดินรถหนองคาย ซึ่งไม่ได้อยู่ในเขตอํานาจศาลแรงงานกลาง การที่ศาลแรงงานกลางพิจารณาคําร้องขอดําเนินคดีที่ศาลแรงงานกลางของโจทก์แล้วมีคําสั่งไม่รับฟ้อง จึงเป็นกรณี
ที่ศาลแรงงานกลางเห็นว่าการพิจารณาในศาลแรงงานกลางไม่เป็นการสะดวก จึงไม่อนุญาตให้โจทก์
ยื่นคําฟ้องตามที่ขอตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว การที่โจทก์อุทธรณ์ว่าจําเลยทําสัญญาจ้างพนักงานบริการประจํารถกับโจทก์ ณ สํานักงานใหญ่โจทก์ เลขที่ 999 ถนนกําแพงเพชร ๒ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เงินที่จําเลยรับไปโดยไม่มีสิทธินั้น โจทก์ดําเนินการโอนเข้าบัญชีเงินเดือนจําเลย และมีคําสั่งไล่จําเลยออกจากงาน ณ สํานักงานใหญ่โจทก์ดังกล่าว ก็เพื่อให้ศาลอุทธรณ์
คดีชํานัญพิเศษเห็นว่าการพิจารณาคดีในศาลแรงงานกลางจะเป็นการสะดวก อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นการอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการพิจารณาอนุญาตของศาลแรงงานกลาง อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณา
คดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง
______________________________
โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๗,๕๖๘ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๗,๑๐๖ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ พร้อมกับยื่นคำร้อง
ขออนุญาตฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลาง ฉบับลงวันที่ ๒8 มิถุนายน ๒๕๖๒ อ้างเหตุเนื่องจากจำเลย
ทำสัญญาสมัครเข้าทำงานกับโจทก์ ณ สำนักงานใหญ่โจทก์เลขที่ ๙๙๙ ถนนกำแพงเพชร ๒ แขวงจตุจักร
เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร และเงินที่จำเลยรับไปโดยไม่มีสิทธินั้น โจทก์ได้ดำเนินการโอนเข้าบัญชีเงินเดือนจำเลย ณ สำนักงานใหญ่โจทก์ดังกล่าวซึ่งเป็นที่ตั้ง และอยู่ในเขตอำนาจศาลแรงงานกลาง
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งในวันเดียวกันว่า มูลคดีเกิดนอกเขตศาล พยานหลักฐานต่าง ๆ ไม่อยู่
ในเขตอำนาจศาลแรงงานกลาง ตามคำร้องอ้างความสะดวกโจทก์ฝ่ายเดียว ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลย
เป็นลูกจ้างโจทก์ โดยเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ จำเลยสมัครเข้าทำงานกับโจทก์ตำแหน่งพนักงานบริการ และโจทก์รับจำเลยเป็นพนักงานลูกจ้าง โดยโจทก์บรรจุจำเลยเข้าปฏิบัติงานเป็นลูกจ้างตำแหน่งพนักงานบริการ มีหน้าที่ให้บริการผู้โดยสารบนรถโดยสารโจทก์ตามที่โจทก์มอบหมาย มูลเหตุคดีนี้เกิดขึ้นขณะจำเลยได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งพนักงานบริการบนรถโดยสารโจทก์ในเส้นทางหนองคาย - นครหลวงเวียงจันทร์ จำเลยกระทำการอันเป็นการผิดสัญญาจ้างแรงงานกับโจทก์ โดยจำเลย
ละทิ้งหน้าที่การงานตามที่โจทก์มอบหมายไปโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรตั้งแต่วันที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๙ จนถึงปัจจุบัน ต่อมาสถานีเดินรถหนองคายหน่วยงานในสังกัดโจทก์ในส่วนภูมิภาคซึ่งจำเลยปฏิบัติหน้าที่อยู่ได้รายงานเหตุเรื่องการขาดงานของจำเลยให้หน่วยงานบังคับบัญชาตามสายงาน และงานวินัยของโจทก์ทราบ โจทก์จึงมีคำสั่งที่ ก.๒๔๘/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๑ ไล่จำเลยออกจากงาน กับไม่ให้จำเลย
มีสิทธิได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างรวมทั้งเงินเพิ่มอื่นใดตลอดระยะเวลาที่ไม่มาปฏิบัติหน้าที่ก็ตาม เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง
และวรรคสอง บัญญัติว่า คำฟ้องคดีแรงงานให้เสนอต่อศาลแรงงานที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลแรงงานนั้น ถ้าโจทก์มีความประสงค์จะยื่นคำฟ้องต่อศาลแรงงานที่โจทก์หรือจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลแรงงาน เมื่อโจทก์แสดงให้ศาลแรงงานเห็นว่าการพิจารณาคดีในศาลแรงงานนั้น ๆ จะเป็นการสะดวก ศาลแรงงานจะอนุญาตให้โจทก์ยื่นคำฟ้องตามที่ขอนั้นก็ได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าสถานที่ที่ลูกจ้างทำงานเป็นที่ที่มูลคดีเกิดขึ้น ดังนั้น สถานที่มูลคดีเกิดขึ้นจึงหมายถึงสถานที่ที่ลูกจ้างทำงาน คือสถานีเดินรถหนองคาย ซึ่งไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจศาลแรงงานกลาง การที่ศาลแรงงานกลางพิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีที่ศาลแรงงานกลางของโจทก์แล้วมีคำสั่งไม่รับฟ้อง จึงเป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางเห็นว่าการพิจารณา
ในศาลแรงงานกลางไม่เป็นการสะดวก จึงไม่อนุญาตให้โจทก์ยื่นคำฟ้องตามที่ขอตามบทบัญญัติ
ของกฎหมายดังกล่าว การที่โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยทำสัญญาจ้างพนักงานบริการประจำรถกับโจทก์
ณ สำนักงานใหญ่โจทก์เลขที่ 999 ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตขตุจักร กรุงเทพมหานคร
เงินที่จำเลยรับไปโดยไม่มีสิทธินั้น โจทก์ดำเนินการโอนเข้าบัญชีเงินเดือนจำเลย และมีคำสั่งไล่จำเลย
ออกจากงาน ณ สำนักงานใหญ่โจทก์ดังกล่าว ก็เพื่อให้ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษเห็นว่าการพิจารณาคดีในศาลแรงงานกลางจะเป็นการสะดวก อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นการอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจ
ในการพิจารณาอนุญาตของศาลแรงงานกลาง อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์
ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์.
(กนกรดา ไกรวิชญพงศ์ - ธีระพล ศรีอุดมขจร - อนุวัตร ขุนทอง)
มนุเชษฐ์ โรจนศิริบุตร - ย่อ
สุโรจน์ จันทรพิทักษ์ - ตรวจ