อุทธรณ์ที่ตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

 

หมายเลขคดีดำที่ ร.530/2560                      นายณธฤษภ์  ธรรมรสโสภณ                             โจทก์

หมายเลขคดีแดงที่ 903/2560                       บริษัทโคราช ยูไนเต็ด จำกัด                              จำเลย

 

ป.พ.พ. มาตรา 575

ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5)

พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 57

 

          สัญญาจ้างนักฟุตบอลระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่มีข้อความใดที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยสามารถบังคับบัญชาหรือควบคุมวิธีการเล่นของโจทก์ อีกทั้งไม่มีกำหนดวันทำงาน ระยะเวลาการทำงาน กำหนดวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจำปี หรือกำหนดการทำงานล่วงเวลาตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ซึ่งจะถือว่าโจทก์อยู่ในบังคับบัญชาของจำเลย โจทก์มีอำนาจตัดสินใจเล่นฟุตบอลได้อย่างอิสระตามทักษะความชำนาญเฉพาะอย่างเต็มที่ในการฝึกซ้อม แข่งขันและปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่ทีมหรือผู้บริหารของจำเลยเท่านั้น สัญญาจ้างนักฟุตบอลจึงเป็นสัญญาที่มุ่งประสงค์ต่อความสำเร็จของงานที่รับจ้างก็คือผลการแข่งขันและนำไปสู่การมีชื่อเสียงของผู้ว่าจ้าง ไม่ใช่สัญญาจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 แต่เป็นสัญญาในทางแพ่งอย่างหนึ่ง โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกร้องเงินตามกฎหมายแรงงานในฐานะลูกจ้างเป็นคดีนี้ แต่โจทก์ยังคงมีสิทธิฟ้องเรียกร้องเงินหรือค่าเสียหายตามสัญญาในฐานะคู่สัญญาต่อศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป

______________________________

 

          โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 1 เดือน เป็นเงิน 160,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าชดเชย 160,000 บาท ค่าจ้างรวม 2 เดือน เป็นเงิน 320,000 บาท พร้อมเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าต่อปี ของเงินค่าจ้างค้างจ่ายทุกระยะเวลาเจ็ดวัน นับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของค่าจ้างค้างจ่ายนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

          จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

          ศาลแรงงานภาค 3 พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้าง 160,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ทุกระยะเวลา 7 วัน นับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 160,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าชดเชย 160,000 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

          จำเลยอุทธรณ์

            ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้เป็นนักฟุตบอลสังกัดสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ตามสัญญาจ้างนักฟุตบอล ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 160,000 บาท มีกำหนดระยะเวลาจ้างตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม จำเลยต้องจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม พร้อมดอกเบี้ยและเงินเพิ่มแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ว่า มีเหตุเลิกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (2) จึงไม่เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม เห็นว่า คดีนี้โจทก์และจำเลยพิพาทกันตามสัญญาจ้างนักฟุตบอล เมื่อพิจารณาสัญญาจ้างนักฟุตบอล ข้อ 2 ระบุว่า สโมสรตกลงว่าจ้างและผู้เล่นตกลงรับเป็นนักกีฬาฟุตบอลของสโมสร ข้อ 3 หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้เล่น 3.1 ผู้เล่นจะต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ คำสั่งของสโมสร ผู้ฝึกสอน สต๊าฟโค้ชหรือผู้แทนของสโมสร โดยเคร่งครัด 3.2 ผู้เล่นจะต้องทุ่มเทอย่างเต็มฝีมือและสุดความสามารถอย่างเต็มที่ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ในการลงเล่นฟุตบอลในนามสโมสร ทั้งในการฝึกซ้อมและการแข่งขัน 3.3 ผู้เล่นจะต้องรักษาสภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่ตลอดเวลาและไม่ยุ่งเกี่ยวกับการกระทำใด ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อสภาพร่างกายของผู้เล่น หรือต่อจิตใจหรือต่อความสามารถทางกายภาพต่อการเล่นฟุตบอล หรือฝึกซ้อม 3.7 ผู้เล่นจะต้องเล่นฟุตบอลให้กับสโมสรเท่านั้น 3.8 ผู้เล่นต้องรับรองว่าผู้เล่นมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง สามารถลงทำการแข่งขันฟุตบอลในนามสโมสรได้ตลอดระยะเวลาตามสัญญา และ 6.3 ประพฤติผิดตามสัญญาข้อ 3 และทำให้สโมสรได้รับความเสียหาย สัญญาเป็นอันสิ้นสุดลงโดยสโมสรมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายเงินค่าทดแทนหรือค่าตอบแทนใด ๆ ให้แก่ผู้เล่น โดยสัญญาดังกล่าวไม่มีข้อความใดที่จำเลยสามารถบังคับบัญชาหรือควบคุมวิธีการเล่นของโจทก์ ทั้งยังไม่มีกำหนดวันทำงาน ระยะเวลาการทำงาน กำหนดวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจำปี หรือกำหนดการทำงานล่วงเวลาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 อันจะถือว่าโจทก์อยู่ในบังคับบัญชาของจำเลย ซึ่งการเล่นฟุตบอลของโจทก์มีอำนาจตัดสินใจอิสระในการเล่นฟุตบอลตามทักษะ ความชำนาญเฉพาะของโจทก์อย่างเต็มที่ในการฝึกซ้อม แข่งขันและปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่ทีมหรือผู้บริหารทีมของจำเลยเท่านั้น ดังนั้น สัญญาจ้างนักฟุตบอล จึงเป็นสัญญาที่จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้ฝึกซ้อม แข่งขัน ตลอดจนการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่ทีมหรือผู้บริหารของจำเลย โดยมุ่งประสงค์ต่อความสำเร็จของงานที่รับจ้างก็คือผลการแข่งขันและนำไปสู่การมีชื่อเสียงของผู้ว่าจ้างอันเป็นเป้าหมายสำคัญของจำเลย สัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยดังกล่าว จึงมิใช่สัญญาจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 หากแต่เป็นสัญญาในทางแพ่งอย่างหนึ่ง เมื่อสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลย มิใช่สัญญาจ้างแรงงาน โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกร้องเงินตามกฎหมายแรงงานในฐานะลูกจ้างเป็นคดีนี้ แต่โจทก์ก็ยังคงมีสิทธิฟ้องเรียกร้องเงินหรือค่าเสียหายตามสัญญาในฐานะคู่สัญญาต่อศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป และปัญหานี้เป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 57 ที่ศาลแรงงานภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษไม่เห็นพ้องด้วย และคดีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย

          พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โดยให้โจทก์นำคดีไปฟ้องใหม่ต่อศาลที่มีเขตอำนาจภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษานี้ถึงที่สุด.

 

(ศราวุธ  ภาณุธรรมชัย - สุพัฒน์  พงษ์ทัดศิริกุล - พิเชฏฐ์  รื่นเจริญ)

 

ศาลแรงงานภาค 3        นายพิทยา  มูลศาสตร์

 

นายอิศเรศ  ปราโมช  ณ  อยุธยา         ผู้ช่วยฯ/ย่อสั้น

นายสุโรจน์  จันทรพิทักษ์                   ผู้พิพากษาฯ ประจำกองผู้ช่วยฯ/ตรวจย่อสั้น/ตรวจย่อยาว

นางนิติรัตน์  ศิระภัสร์บารมี                นิติกร/ย่อยาว

นางสาวมนัสนันท์  อิ่มใจ                   พิมพ์