อุทธรณ์ที่ตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
หมายเลขคดีดำที่ ร.451/2560 นายสมยศ จำรัสผล โจทก์
หมายเลขคดีแดงที่ 901/2560 บริษัทเจ.เอส.ที. เซอร์วิสเซส จำกัด กับพวก จำเลย
ป.วิ.พ. มาตรา 147, 234
พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31, 54
ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์เนื่องจากเห็นว่าเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง หากโจทก์ประสงค์จะให้มีการรับอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายไว้พิจารณา โจทก์ก็ชอบที่จะยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่ง โดยอ้างเหตุว่าอุทธรณ์ของโจทก์บางข้อเป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งโจทก์มีสิทธิอุทธรณ์ได้ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 เพื่อให้ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดอันจะมีผลให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณา แต่โจทก์ก็มิได้กระทำ โจทก์กลับยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โดยอ้างว่าเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบและขอให้มีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว จึงมีผลให้คำสั่งศาลแรงงานภาค 2 ที่ไม่รับอุทธรณ์นั้นเป็นที่สุด ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 147 วรรคสอง และมาตรา 234 ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ดังนี้ไม่ว่าศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ขอให้รับคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบและมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์อย่างไร ก็ไม่อาจมีผลกระทบถึงคำสั่งศาลแรงงานภาค 2 ที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ซึ่งถึงที่สุดแล้วได้ ปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์จึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัย ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
______________________________
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามจ่ายค่าล่วงเวลา 134,516 บาท ค่าล่วงเวลาในวันหยุด 737,651 บาท และค่าชดเชย 720,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษายกฟ้อง
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 โจทก์อุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลแรงงานภาค 2 รับรองอุทธรณ์ของโจทก์ว่าเป็นปัญหาสำคัญอันควรที่ศาลสูงจะได้วินิจฉัยต่อไป ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งในวันเดียวกันว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงจึงไม่รับอุทธรณ์ และมีคำสั่งในคำร้องว่า ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 โจทก์อุทธรณ์ได้เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่มีการรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ให้ยกคำร้อง วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานภาค 2 ขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ จึงขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ และมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งให้ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค 2 ฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า เมื่อศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ โจทก์ต้องอุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันทราบคำสั่ง (ที่ถูก นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่ง) ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 โจทก์ยื่นคำร้องเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะเพิกถอน ให้ยกคำร้อง ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า การร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบสามารถยื่นคำร้องได้ตลอดเวลาโดยไม่จำต้องยื่นภายในสิบห้าวันนั้น เห็นว่า โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 เพื่อให้ศาลแรงงานภาค 2 เพิกถอนคำสั่งไม่รับอุทธรณ์และสั่งใหม่ให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมาย แต่เมื่อศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์แล้ว หากโจทก์ประสงค์จะให้มีการรับอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายไว้พิจารณา โจทก์ก็ชอบที่จะยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์โดยอ้างเหตุว่า อุทธรณ์ของโจทก์บางข้อเป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งโจทก์มีสิทธิอุทธรณ์ได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 เพื่อให้ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดอันจะมีผลให้รับอุทธรณ์ไว้พิจารณา แต่โจทก์ก็มิได้กระทำ จึงมีผลให้คำสั่งศาลแรงงานภาค 2 ที่ไม่รับอุทธรณ์นั้นเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคสอง และมาตรา 234 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ดังนี้ ไม่ว่าศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ขอให้รับคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบและมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์อย่างไรก็ไม่อาจมีผลกระทบถึงคำสั่งศาลแรงงานภาค 2 ที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ซึ่งถึงที่สุดแล้วได้ ปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ จึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะวินิจฉัย ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ.
(ยิ่งศักดิ์ โอฬารสกุล - วิเชียร แสงเจริญถาวร - ดาราวรรณ ใจคำป้อ)
ศาลแรงงานภาค 2 นายวชิระ เนตรน้อย
นายธัชวุทธิ์ พุทธิสมบัติ ผู้ช่วยฯ/ย่อสั้น
นายสุโรจน์ จันทรพิทักษ์ ผู้พิพากษาฯ ประจำกองผู้ช่วยฯ/ตรวจย่อสั้น/ตรวจย่อยาว
นางนิติรัตน์ ศิระภัสร์บารมี นิติกร/ย่อยาว
นางสาวมนัสนันท์ อิ่มใจ พิมพ์