อุทธรณ์ที่ตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
หมายเลขคดีดำที่ ร.345/2560 นายพรมลิน ถิ่นถาน โจทก์
หมายเลขคดีแดงที่ 874/2560 บริษัทจี4เอส แคช โซลูชั่นส์
(ประเทศไทย) จำกัด จำเลย
พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 119 (4)
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า คำเตือนเรื่องที่โจทก์นำข้อมูลความลับไปเปิดเผยและไม่รักษาความปลอดภัยทรัพย์สินลูกค้าเป็นหนังสือเตือนตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (4) หรือไม่ เมื่อปรากฏว่าหนังสือเตือนดังกล่าวเป็นการเตือนเนื่องจากโจทก์ (ลูกจ้าง) นำข้อมูลความลับของจำเลย (นายจ้าง) ไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต บกพร่องต่อหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการทำงานและฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของบริษัทอย่างร้ายแรง ซึ่งล้วนแต่เป็นกรณีที่ไม่อาจตักเตือนด้วยวาจาได้ ประกอบกับหนังสือเตือนได้ระบุถึงรายละเอียด อันเป็นสาระสำคัญในการเตือนที่ทำให้เห็นว่าจำเลยเตือนเป็นหนังสือแล้ว คือ ได้ระบุข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดของลูกจ้างโจทก์ วันเวลาและสถานที่กระทำผิด พฤติการณ์ในการกระทำความผิดที่กระทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อความที่เป็นการตักเตือนมิให้โจทก์ (ลูกจ้าง) กระทำการที่เป็นความผิดนั้นอีก สถานที่ออกหนังสือเตือนและลงวันที่ออกหนังสือเตือนข้อความแสดงการแจ้งเตือนตลอดจนลายมือชื่อของนายจ้างครบถ้วน จึงถือว่าเป็นการเตือนด้วยลายลักษณ์อักษรตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแล้ว และโจทก์ (ลูกจ้าง) เองก็ได้รับทราบคำเตือนดังกล่าวแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้ขีดระบุเครื่องหมายในช่องหนังสือเตือนหรือช่องเตือนด้วยวาจาเป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม ก็ถือว่าเป็นการออกหนังสือเตือนตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (4) แล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น
______________________________
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 8,652.23 บาท ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และค่าขาดรายได้ 2,119,239.12 บาท เงินเริ่มต้นชีวิตใหม่ 120,000 บาท เงินช่วยเหลือ 61,004 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินแต่ละจำนวนนับแต่วันที่เลิกจ้าง และค่าชดเชย 152,510 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่เลิกจ้างเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 152,510 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2558และเงินเริ่มต้นชีวิตใหม่พร้อมเงินช่วยเหลือ 181,004 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 17 กันยายน 2558) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยแต่เพียงว่าคำเตือนเรื่องโจทก์นำข้อมูลความลับของจำเลยไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก และไม่รักษาความปลอดภัยทรัพย์สินของลูกค้า เป็นหนังสือเตือนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119(4) หรือไม่ เห็นว่า เมื่อพิจารณาหนังสือเตือนดังกล่าวที่พิพาทรวมทั้งเหตุแห่งการกระทำผิดของโจทก์ที่เป็นเหตุให้จำเลยมีคำเตือนดังกล่าว เห็นได้ว่า เป็นการเตือนที่โจทก์นำข้อมูลความลับของจำเลยไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาตจากจำเลยและโจทก์บกพร่องต่อหน้าที่ไม่ตรวจสอบจำนวนเงินที่รับจากลูกค้าทำให้เงินขาดไปและไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานการทำงานโดยอยู่กับทรัพย์สินกล่องเติมเงินเพียงลำพังไม่เก็บทรัพย์สินไว้ในที่ปลอดภัยถือเป็นการบกพร่องต่อหน้าที่และฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยทั้งสิ้น และเป็นกรณีร้ายแรงไม่อาจที่จะตักเตือนด้วยวาจาได้ประกอบกับหนังสือเตือนได้ระบุรายละเอียดสาระสำคัญในการเตือนที่ทำให้เห็นว่าจำเลยเตือนเป็นหนังสือแล้วกล่าวคือได้ระบุข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำผิดของโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้าง วันเวลาและสถานที่กระทำผิดรวมทั้งพฤติการณ์ในการกระทำความผิดที่กระทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในข้อใดและมีข้อความเป็นการตักเตือนมิให้โจทก์ลูกจ้างกระทำการที่เป็นความผิดนั้นอีกโดยมีสถานที่ออกหนังสือเตือนวันเดือนปีที่ออกหนังสือเตือนข้อความแสดงการแจ้งเตือนต่อโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างโดยตรงและมีลายมือชื่อของจำเลยนายจ้างผู้ออกหนังสือเตือนครบถ้วนซึ่งเป็นการเตือนด้วยลายลักษณ์อักษรตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแล้ว อีกทั้งได้แจ้งให้โจทก์ทราบหนังสือเตือนดังกล่าวแล้ว แม้โจทก์จะไม่ได้ลงลายมือชื่อในหนังสือเตือนก็ตามก็ถือว่าโจทก์ได้รับทราบคำเตือนนั้นแล้วและแม้ว่าจะไม่ได้ขีดระบุเครื่องหมายในช่องหนังสือเตือนหรือช่องเตือนด้วยวาจาเป็นลายลักษณ์อักษรแต่เมื่อเป็นหนังสือเตือนมีข้อความครบถ้วนตามกฎหมายและเหตุแห่งการเตือนในการกระทำผิดของโจทก์ที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นเรื่องร้ายแรง ซึ่งไม่อาจที่จะตักเตือนด้วยวาจาประกอบกับเมื่อพิจารณาหนังสือเตือนดังกล่าวก็ทำให้เห็นเจตนาของจำเลยผู้ออกหนังสือเตือนได้ว่ามีเจตนาตักเตือนเป็นหนังสือแล้วคดีจึงฟังได้ว่าคำเตือน เรื่องโจทก์นำข้อมูลความลับของจำเลยไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกและไม่รักษาความปลอดภัยทรัพย์สินของลูกค้าเป็นหนังสือเตือนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (4) เมื่อโจทก์กระทำผิดซ้ำคำเตือนตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยจำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เงินเริ่มต้นชีวิตใหม่และเงินช่วยเหลือตามฟ้องด้วยที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินดังกล่าวแก่โจทก์มานั้นศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น
พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์ที่ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเงินเริ่มต้นชีวิตใหม่ และเงินช่วยเหลือแก่โจทก์เสียด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.
(ยิ่งศักดิ์ โอฬารสกุล - วิเชียร แสงเจริญถาวร - ดาราวรรณ ใจคำป้อ)
ศาลแรงงานกลาง นายมนต์ชัย ชนินทรลีลา
นายฐิติ สุเสารัจ ผู้ช่วยฯ/ย่อสั้น
นายสุโรจน์ จันทรพิทักษ์ ผู้พิพากษาฯ ประจำกองผู้ช่วยฯ/ตรวจย่อสั้น/ตรวจย่อยาว
นายศิวานนท์ แนมใส นิติกร/ย่อยาว
นางสาวมนัสนันท์ อิ่มใจ พิมพ์