คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 588/2560     นางสาวพาณี  บุญชอบ              โจทก์

                                                                        บริษัทไนไก (ประเทศไทย) จำกัด   จำเลย

 

ป.วิ.พ. มาตรา 199 จัตวา

พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 37, 41

 

          การที่ศาลแรงงานกลางส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยโดยชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ถือว่าจำเลยทราบวันนัดพิจารณาและนัดสืบพยานของศาลตามมาตรา 37 แล้ว แม้ศาลจะนัดไกล่เกลี่ย พิจารณาและสืบพยานโจทก์รวมไปด้วยก็เป็นเพียงวิธีการเร่งรัดการดำเนินกระบวนพิจารณาให้รวดเร็วยิ่งขึ้นเท่านั้นยังถือเป็นวันนัดพิจารณา เมื่อจำเลยทราบวันนัดพิจารณาโดยชอบแล้ว แต่จำเลยไม่มาตามกำหนดโดยไม่แจ้งให้ศาลแรงงานกลางทราบเหตุที่ไม่มา และศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวตามมาตรา 40 วรรคสอง จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่เกินเจ็ดวันนับแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดตามมาตรา 41 จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนคำสั่งตามมาตรา 40 วรรคสองได้ ซึ่งเป็นกรณีที่ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว จะนำ ป.วิ.พ. มาตรา 199 จัตวา วรรคหนึ่ง ตามที่จำเลยอุทธรณ์มาใช้บังคับไม่ได้

______________________________

 

          คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้าง 4,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัด ศาลแรงงานกลางพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีของโจทก์ไปฝ่ายเดียวตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 40 วรรคสอง แล้วพิพากษาเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 ให้จำเลยจ่ายค่าจ้าง 3,650,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ต่อมาวันที่ 14 ธันวาคม 2558 จำเลยยื่นใบแต่งทนายความแต่งตั้งให้นายธนาพงศ์ เป็นทนายความจำเลย และได้ยื่นคำแถลงขอคัดถ่ายเอกสารอ้างว่า เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2558 จำเลยเพิ่งทราบจากคำเบิกความของโจทก์คดีนี้ในคดีหมายเลขดำที่ อ. 2345/2558 ของศาลแขวงนนทบุรีว่า โจทก์ได้ฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลาง จำเลยไม่เคยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องคดีนี้ เนื่องจากบ้านเลขที่ 99/300 ที่โจทก์อ้างว่าเป็นภูมิลำเนาของจำเลยตามคำฟ้องเป็นบ้านแฝดกับบ้านเลขที่ 99/299 ของโจทก์ ซึ่งจำเลยไม่เคยใช้บ้านเลขที่ 99/300 เป็นที่ประกอบกิจการของจำเลย ทำให้ไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้อง จึงขอคัดถ่ายเอกสารทั้งสำนวนเพื่อประกอบการเขียนคำขอพิจารณาคดีใหม่ จากนั้นวันที่ 25 ธันวาคม 2558 ทนายความจำเลยยื่นคำร้องว่ายังไม่ได้รับเอกสารที่ขอคัดถ่ายโดยเจ้าหน้าที่ศาลแจ้งว่ายังคัดถ่ายไม่แล้วเสร็จและคาดว่าจะแล้วเสร็จในต้นปี 2559 เพราะสำนวนที่ขอคัดถ่ายมีจำนวนมาก คดีนี้และคดีหมายเลขดำที่ นบ. 475/2558 และ นบ. 476/2558 ซึ่งมีชื่อจำเลยเป็นคู่ความผู้ถูกฟ้องนั้น จำเลยไม่เคยได้รับสำเนาหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง เนื่องจากบ้านเลขที่ 99/299 และ 99/300 หมู่ที่ 13 ถนนบางกรวย - ไทรน้อย ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เป็นที่พักอาศัยของโจทก์กับสามีและบุตร โจทก์ทั้งสามสำนวนดังกล่าวทราบดีว่าบ้านเลขที่ 99/300 ตามคำฟ้องนั้นมิใช่ภูมิลำเนาที่แท้จริงของจำเลย จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 6/1 และ 6/3 หมู่ที่ 4 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี คดีทั้งสามสำนวนอยู่ในระหว่างเจ้าหน้าที่ศาลนำไปคัดถ่าย ทำให้จำเลยยังไม่อาจตรวจสำนวนและไม่อาจทำคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาหรือขอพิจารณาคดีใหม่ จึงขอให้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ศาลคัดถ่ายเอกสารให้แก่จำเลยและเพื่อตรวจสำนวนคดีนี้ ต่อไป จากนั้นทนายความจำเลยบันทึกข้อความที่ท้ายคำร้องดังกล่าวว่าได้รับเอกสารที่ขอคัดถ่าย เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2559

          ต่อมาวันที่ 12 มกราคม 2559 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาทั้งหมด และมีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตั้งแต่ชั้นส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลย

          โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ศาลแรงงานกลางส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปที่ใดนั้น ฟังไม่ขึ้นเพราะทนายความจำเลยเพียงตรวจดูสำนวนชั่วครู่ก็สามารถทราบได้แล้วหาจำต้องรอคัดถ่ายเอกสารไม่ ขอให้ยกคำร้อง

          ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องโดยวินิจฉัยว่า คำร้องของจำเลยที่ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 บัญญัติให้คู่ความฝ่ายที่เสียหายอาจยกขึ้นกล่าวได้ไม่ว่าในเวลาใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษา แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่คู่ความฝ่ายนั้นได้ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น แม้ตามคำร้องของจำเลยอ้างว่าการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยเป็นการส่งโดยมิชอบ เนื่องจากตามฟ้องระบุภูมิลำเนาของจำเลยคือบ้านเลขที่ 99/300 หมู่ที่ 13 ถนนบางกรวย – ไทรน้อย ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของโจทก์กับสามี โดยจำเลยเพียงแต่ใช้บ้านเลขที่ดังกล่าวจดทะเบียนตั้งบริษัทในช่วงแรกแต่ไม่ได้ประกอบกิจการที่สถานที่นั้นจริง จำเลยมีสถานประกอบการโรงงานอยู่ที่บ้านเลขที่ 6/1 และ 6/3 หมู่ที่ 4 ถนนบางกรวย–ไทรน้อย ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โดยโจทก์ทราบดี อันเป็นการอ้างเหตุที่ทำให้จำเลยไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องและขาดนัดจนกระทั่งศาลแรงงานกลางพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวก็ตาม แต่การที่จำเลยเพิ่งทราบว่า ถูกโจทก์ฟ้องภายหลังศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาแล้ว จำเลยก็ชอบที่จะยกข้อคัดค้านเรื่องผิดระเบียบดังกล่าวขึ้นอ้างภายในเวลาไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่จำเลยได้ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้นตามมาตรา 27 วรรคสองดังกล่าวด้วยซึ่งคือวันที่ 14 ธันวาคม 2558 ที่จำเลยได้แต่งตั้งทนายความมาดำเนินการขอคัดสรรพเอกสารในสำนวนคดี มิใช่ทราบเมื่อจำเลยได้รับสรรพเอกสารที่ขอคัดถ่ายในวันที่ 5 มกราคม 2559 ดังที่จำเลยอ้าง การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2559 จึงช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่จำเลยได้ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น และไม่จำต้องวินิจฉัยว่าจำเลยได้ทราบหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องหรือไม่อีกต่อไป

          จำเลยอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อแรกว่า คำสั่งศาลแรงงานกลางที่ให้ยกคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบของจำเลยนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และจำเลยมีสิทธิขอให้พิจารณาคดีนี้ใหม่หรือไม่ จำเลยอุทธรณ์โดยสรุปว่า จำเลยยื่นคำร้องคดีนี้โดยผิดหลงโดยอ้างบทบัญญัติมาตราผิดว่าขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 แท้จริงจำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ซึ่งจำเลยสามารถยื่นคำร้องได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่จำเลยได้รับเอกสารที่ขอคัดถ่ายจากศาลเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2559 ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยว่าจำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบเกินกำหนดแปดวันนับแต่จำเลยได้ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้าง แต่ไม่พิจารณาสั่งตามคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เนื้อความตามคำร้องของจำเลยนั้นพอแปลได้ว่าจำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบและขอให้พิจารณาคดีใหม่ด้วย ซึ่งศาลแรงงานกลางมีคำวินิจฉัยในเรื่องการขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบอย่างละเอียด ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษไม่จำต้องวินิจฉัยซ้ำอีก

          คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อสองว่า จำเลยมีสิทธิขอให้พิจารณาคดีนี้ใหม่หรือไม่ เห็นว่า การขอให้พิจารณาคดีใหม่มีสองกรณี กรณีแรกคือ การขอพิจารณาคดีใหม่กรณีขาดนัดพิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 40 กล่าวคือ เมื่อจำเลยได้รับหมายเรียกให้มาศาลตามมาตรา 37 แล้ว จำเลยไม่มาศาลตามกำหนดโดยไม่แจ้งให้ศาลแรงงานทราบเหตุที่ไม่มา ให้ศาลแรงงานมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวตามมาตรา 40 วรรคสอง ซึ่งจำเลยต้องร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลแรงงานมีคำสั่งขาดนัดตามมาตรา 41 ส่วนกรณีที่สองคือ การขอพิจารณาคดีใหม่กรณีขาดนัดวันสืบพยาน กล่าวคือ ในวันนัดพิจารณาศาลแรงงานทำการไกล่เกลี่ยตามมาตรา 38 แล้ว แต่ไม่สามารถตกลงกันได้จึงกำหนดประเด็นข้อพิพาท กำหนดภาระการพิสูจน์ และกำหนดวันสืบพยานระบุให้คู่ความฝ่ายใดนำพยานเข้าสืบก่อนหลังก็ได้ตามมาตรา 39 แล้วคู่ความฝ่ายใดไม่มาในวันนัดสืบพยาน ศาลแรงงานมีคำสั่งว่าโจทก์หรือจำเลยขาดนัดวันสืบพยาน และพิจารณาสืบพยานอีกฝ่ายแล้วพิพากษาคดีไปฝ่ายเดียว ซึ่งคู่ความที่ขาดนัดมีสิทธิขอพิจารณาคดีใหม่ภายในสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา และมาตรา 206 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 สำหรับคดีนี้ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าจำเลยขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นกรณีขาดนัดพิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 40 วรรคสอง จำเลยต้องยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัด แม้คดีนี้จำเลยจะขอพิจารณาคดีใหม่โดยอ้างว่าจำเลยไม่เคยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง เนื่องจากโจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่บ้านเลขที่ 99/300 ซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลยอันเป็นการอ้างว่าการส่งหมายเรียกให้จำเลยมาศาลในวันนัดพิจารณาคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งหากฟังได้ตามที่จำเลยอ้างแล้วกำหนดเวลาเรื่องการขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลยก็ไม่อยู่ในบังคับภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดตามมาตรา 41 เนื่องจากจำเลยยังไม่ทราบถึงกำหนดนัดพิจารณาคดี เมื่อศาลแรงงานกลางยังไม่ได้วินิจฉัยว่าการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงที่ฟังยุติตามคำพยานของโจทก์ เอกสารในสำนวน และคำรับของจำเลยนั้น เพียงพอที่จะวินิจฉัยข้อกฎหมายได้แล้ว จึงเห็นควรวินิจฉัยปัญหานี้ไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานกลาง พิจารณาพิพากษาใหม่ เห็นว่า คำขอจดทะเบียนบริษัทและหนังสือรับรองสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดนนทบุรีของจำเลยระบุว่า บริษัทจำเลยตั้งอยู่เลขที่ 99/300 หมู่ที่ 13 ถนนบางกรวย – ไทรน้อย ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีซึ่งตรงกับภูมิลำเนาของจำเลยตามฟ้องโจทก์ และตามคำร้องของจำเลยก็ยอมรับว่าจำเลยจดทะเบียนตั้งบริษัทที่บ้านเลขที่ 99/300 ดังกล่าว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าบ้านเลขที่ 99/300 เป็นภูมิลำเนาของจำเลย และพิจารณาหมายแจ้งวันนัดฉบับลงวันที่ 14 กันยายน 2558 เอกสารในสำนวนซึ่งกำหนดนัดไกล่เกลี่ย พิจารณาและสืบพยานวันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 เวลา 9.30 นาฬิกา ซึ่งเจ้าพนักงานศาลนำไปส่งให้แก่จำเลย ณ บ้านเลขที่ 99/300 หมู่ที่ 13 ถนนบางกรวย – ไทรน้อย ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี อันเป็นภูมิลำเนาของจำเลยตามที่ปรากฏในหนังสือรับรอง โดยวิธีปิดหมาย ตามรายงานการส่งหมายฉบับลงวันที่ 28 กันยายน 2558 ซึ่งเป็นการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ถือว่าจำเลยทราบวันนัดพิจารณาและนัดสืบพยานของศาลตามมาตรา 37 แล้ว แม้ศาลจะนัดไกล่เกลี่ย พิจารณาและสืบพยานโจทก์รวมไปด้วยก็เป็นเพียงวิธีการเร่งรัดการดำเนินกระบวนพิจารณาให้รวดเร็วยิ่งขึ้นเท่านั้นยังถือเป็นวันนัดพิจารณา เมื่อจำเลยทราบวันนัดพิจารณาโดยชอบแล้ว แต่จำเลยไม่มาตามกำหนดโดยไม่แจ้งให้ศาลแรงงานกลาง ทราบเหตุที่ไม่มา และศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวตามมาตรา 40 วรรคสอง จำเลยยื่นคำขอ
ให้พิจารณาคดีใหม่เกินเจ็ดวันนับแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดตามมาตรา 41 จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนคำสั่งตามมาตรา 40 วรรคสอง ได้ ซึ่งเป็นกรณีที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา วรรคหนึ่ง ตามที่จำเลยอุทธรณ์มาใช้บังคับไม่ได้ อุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น

          พิพากษายืน.

 

(รุ่งโรจน์  รื่นเริงวงศ์ - เฉลิมพงศ์  ขันตี - สมเกียรติ  คูวัธนไพศาล)

 

เดชวิบุล  พนาเศรษฐเนตร - ย่อ

สุโรจน์  จันทรพิทักษ์ - ตรวจ