Print
Category: 2562
Hits: 41

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 4175/๒๕๖๒ นายสันติสุข  แซ่โฟ้ง              โจทก์

                                                                        บริษัทดูรีเฟล็กซ์ จำกัด           จำเลย

พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 วรรคหนึ่ง (4)

         แม้หนังสือตักเตือนของจำเลยจะมีข้อความในตอนต้นระบุว่า โจทก์ได้กระทำความผิดอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยเรื่องระเบียบข้อบังคับในการลากิจ แต่เนื้อหาของหนังสือตักเตือนมีการกล่าวถึงเรื่องที่โจทก์หยุดงานโดยมิได้แจ้งให้หัวหน้างานหรือจำเลยทราบจึงเป็นการขาดงานอันถือเป็นการละทิ้งหน้าที่การปฏิบัติงาน ซึ่งหากโจทก์กระทำความผิดดังกล่าวอีก จำเลย
จะพิจารณาโดยให้พ้นสภาพการเป็นพนักงาน มิใช่ตักเตือนในเรื่องที่โจทก์ลากิจไม่ถูกต้องเพียง
อย่างเดียว เมื่อต่อมาวันที่ 5 ถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2561 โจทก์หยุดงานอีกโดยมิได้ยื่นใบลา
ให้ถูกต้อง จำเลยจึงมีหนังสือเลิกจ้างซึ่งระบุข้อความว่า โจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ของจำเลยในเรื่องการลา กล่าวคือโจทก์หยุดงานตั้งแต่วันที่ 4 ถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2561 โดยแจ้งว่าเป็นไข้หวัดในวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 เพียงวันเดียว ส่วนวันที่เหลือโจทก์มิได้ยื่นใบลาจึงเป็น
การขาดงานละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ ซึ่งเป็นการระบุเหตุผลในการเลิกจ้างเพราะโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย
ในเรื่องที่โจทก์ขาดงานละทิ้งหน้าที่ ซี่งจำเลยเคยตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือมาแล้ว อันเป็นการกระทำผิดซ้ำคำเตือน ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 วรรคหนึ่ง (4) จำเลย
จึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าว และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และเป็นการเลิกจ้างโดยมีเหตุอันสมควรไม่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

______________________________

         โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอคิดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ๑๔,๑๐๐ บาท             ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ๑๔๑,๐๐๐ บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๒๗,๒๖๐ บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ๒,๘๒๐ บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ๑๔,๑๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปีของต้นเงินแต่ละจำนวนนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยออกหนังสือรับรองการทำงานให้โจทก์

         จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

         ศาลแรงงานภาค ๗ พิพากษาให้จำเลยออกหนังสือรับรองการทำงานให้แก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

         โจทก์อุทธรณ์

         ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค ๗ ฟังข้อเท็จจริง
เป็นยุติว่า เมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๑ โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลย ตำแหน่งสุดท้ายช่างเชื่อมโครงสร้างเก้าอี้ ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายวันละ ๔๒๕ บาท ค่าตำแหน่งวันละ ๓๕ บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ ๔ และ ๑๙ ของเดือน ต่อมาวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๐ จำเลยมีหนังสือตักเตือนโจทก์เกี่ยวกับเรื่องที่โจทก์ขาดงานเป็นประจำอันถือเป็นการละทิ้งหน้าที่ เมื่อวันที่ ๔ ถึงวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑
โจทก์มิได้มาทำงาน โดยในวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๑ โจทก์ลาป่วย ส่วนวันที่ ๕ ถึงวันที่ 7 กรกฎาคม ๒๕๖๑ โจทก์ขาดงาน หลังจากนั้นวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๑ จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์

         มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์กระทำผิดซ้ำคำเตือนหรือไม่ เห็นว่า      หนังสือตักเตือนของจำเลย แม้ข้อความในตอนต้นจะระบุว่าโจทก์ได้กระทำผิดอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยเรื่องระเบียบข้อบังคับในการลากิจ แต่เนื้อหาของหนังสือตักเตือนมีการกล่าวถึงเรื่อง
ที่โจทก์หยุดงานโดยมิได้แจ้งให้หัวหน้างานหรือจำเลยทราบจึงเป็นการขาดงานอันถือเป็นการละทิ้งหน้าที่การปฏิบัติงาน ซึ่งหากโจทก์กระทำผิดดังกล่าวอีก จำเลยจะพิจารณาโดยให้พ้นสภาพการเป็นพนักงาน มิใช่ตักเตือนในเรื่องที่โจทก์ลากิจไม่ถูกต้องเพียงอย่างเดียวดังที่โจทก์กล่าวอ้างในอุทธรณ์ เมื่อต่อมาวันที่ ๕ ถึงวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑ โจทก์หยุดงานอีกโดยมิได้ยื่นใบลาให้ถูกต้อง จำเลยจึงมีหนังสือเลิกจ้าง ซึ่งระบุข้อความว่า โจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในเรื่องการลา กล่าวคือโจทก์หยุดงานตั้งแต่วันที่ ๔ ถึงวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑ โดยแจ้งว่าเป็นไข้หวัดในวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๑ เพียงวันเดียว ส่วนวันที่เหลือโจทก์มิได้ยื่นใบลาจึงเป็นการขาดงานละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน
โดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ ซึ่งเป็นการระบุเหตุผลในการเลิกจ้างเพราะโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในเรื่องที่โจทก์ขาดงาน ละทิ้งหน้าที่ ซึ่งจำเลยเคยตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือมาแล้วเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๐ อันเป็นการกระทำผิดซ้ำคำเตือน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๔) จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และเป็นการเลิกจ้าง
โดยมีเหตุอันสมควร ไม่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ที่ศาลแรงงานภาค ๗ พิพากษายกคำขอของโจทก์ยกเว้นการออกหนังสือรับรองการทำงานให้แก่โจทก์ตามฟ้องจึงชอบแล้ว ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

         พิพากษายืน.

(ดำรงค์ ทรัพยผล – อนันต์ คงบริรักษ์ – วัฒนา  สุขประดิษฐ์)

ฐานุตร  เล็กสุภาพ – ย่อ

สุโรจน์  จันทรพิทักษ์ – ตรวจ