Print
Category: 2562
Hits: 21

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 795/2562       นายณัฐวริศ  วันยะหรือพรศรีสวรรค์ โจทก์

                                                                         ธนาคารเพื่อการเกษตร                

                                                                         และสหกรณ์การเกษตร            ผู้คัดค้าน

                                                                         นายอาทิตย์  พันธุระ กับพวก         จำเลย

 

ป.พ.พ. มาตรา ๖๖๕ วรรคหนึ่ง

ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๑ (๕), ๑๔๒ (๕), ๓๑๖

พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๗, ๕๑, ๕๗

 

          ผู้คัดค้านอนุมัติให้จำเลยที่ ๒ กู้ยืมเงินและโอนเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท เข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ ๒ ที่ฝากไว้กับผู้คัดค้านในวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ เช่นนี้เงินจำนวนดังกล่าวย่อมตกเป็นของจำเลยที่ ๒ ในทันทีที่ผู้คัดค้านโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากดังกล่าว และผู้คัดค้านมีฐานะเป็นเพียงผู้รับฝากเงิน จำเลยที่ ๒ จึงมีสิทธิเบิกถอนเงินได้ทันทีตาม ป.พ.พ. มาตรา ๖๖๕ วรรคหนึ่ง ในวันดังกล่าวจำเลยที่ ๒ จึงมีสิทธิเรียกร้องต่อผู้คัดค้านในอันที่จะเบิกถอนเงินได้ ไม่ใช่อยู่ในฐานะผู้ขอกู้ยืมเงินจากผู้คัดค้านอีกต่อไป เมื่อเงินดังกล่าวตกเป็นเงินฝากของจำเลยที่ ๒ แล้ว และข้อเท็จจริงปรากฏว่าในขณะนั้นผู้คัดค้านยังไม่ได้บอกล้างโมฆียะกรรม โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ ๒ ย่อมมีสิทธิขออายัดเงินดังกล่าวเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ โดยผู้คัดค้านมีหน้าที่ต้องส่งเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ของจำเลยที่ ๒ ที่ฝากไว้กับผู้คัดค้านให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายในเวลาที่กำหนดไว้ในคำสั่งอายัด ส่วนผลของการบอกล้างโมฆียะกรรมระหว่างผู้คัดค้านกับจำเลยที่ ๒ จะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันต่างหาก

          ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๗ บัญญัติว่า การยื่นคำฟ้องตลอดจนการดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ในศาลแรงงานให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียม และมาตรา ๕๑ บัญญัติเรื่องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงานไว้เป็นการเฉพาะแล้ว โดยไม่มีระบุให้ศาลแรงงานต้องสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ฉะนั้น จึงไม่ต้องนำ ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๑ (๕) มาอนุโลมใช้ ที่ศาลแรงงานภาค ๖ สั่งให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับจึงไม่ถูกต้อง ปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยงของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเพื่อแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๒ (๕) ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗

______________________________

         คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ ในฐานะลูกหนี้ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ในฐานะผู้ค้ำประกัน ให้ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ต่อมาโจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยทั้งสามต่อหน้าศาลแรงงานภาค ๖ ศาลแรงงานภาค ๖ พิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสามชำระเงินแก่โจทก์ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ชำระงวดแรกภายในวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๓ จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท งวดต่อไปผ่อนชำระทุกวันที่ ๓๐
ของเดือน ไม่ต่ำกว่าเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ หลังจากนั้นจำเลยทั้งสาม
ไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี ต่อมาวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ เจ้าพนักงานบังคับคดี
มีหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ ๒ ที่ฝากไว้กับผู้คัดค้าน สาขาแม่วงก์ ผู้คัดค้านปฏิเสธการส่งเงินดังกล่าว

         โจทก์ยื่นคำร้อง ขอให้ผู้คัดค้านนำส่งเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ไปยังสำนักงานบังคับคดี เพื่อนำมาชำระหนี้แก่โจทก์ 

         ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ว่าเงินฝากในบัญชี ๑๕๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ ผู้คัดค้าน
จึงไม่ต้องส่งเงินดังกล่าวตามหนังสืออายัดสิทธิเรียกร้อง

         เจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดนครสวรรค์มีหนังสือรายงานข้อเท็จจริงตามหนังสือเรื่องขอรายงานข้อเท็จจริงในการบังคับคดี ฉบับลงวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๑  

         ศาลแรงงานภาค ๖ มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านนำส่งเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี             เพื่อบังคับคดีต่อไปภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

         ผู้คัดค้านอุทธรณ์

         ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค ๖ รับฟังข้อเท็จจริงว่า
เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ ๒ ที่ฝากไว้กับ
ผู้คัดค้าน สาขาแม่วงก์ ตามหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้อง ฉบับลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ วันดังกล่าวเจ้าพนักงานบังคับคดีคำนวณหนี้ตามคำพิพากษาของศาลคงเหลือ ๒๗๑,๓๓๖.๕๘ บาท โดยหักออกจากราคาประเมินของทรัพย์สินอื่นซึ่งยึดไว้ก่อนแล้ว ผู้คัดค้านได้รับหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องแล้วนำส่งเฉพาะเงินฝาก ๑๒,๙๓๘.๕๖ บาท ส่วนเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ผู้คัดค้านแจ้งว่าเป็นเงินที่จำเลยที่ ๒           ขอกู้ยืมต่อผู้คัดค้านเพื่อนำไปปรับปรุงต่อเติมบ้านที่อยู่อาศัย โดยยื่นคำขอกู้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แบ่งการรับเงินกู้เป็น ๒ งวด งวดแรก ๑๕๐,๐๐๐ บาท งวดที่ ๒ จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท ผู้คัดค้านอนุมัติเงินกู้และโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ ๒ ในวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ และในวันเดียวกันเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ ๒ มายังผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านไม่ได้นำสืบ
ให้เห็นว่าโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและอยู่ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ ๒ กระทำการ
โดยไม่สุจริต จึงต้องสันนิษฐานว่าโจทก์กระทำการโดยสุจริต การบอกล้างโมฆียกรรมเป็นเรื่องที่ผู้คัดค้านต้องไปว่ากล่าวกับจำเลยที่ ๒ จะอาศัยเหตุดังกล่าวบอกล้างนิติกรรมแล้วไม่โอนเงินตามบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ ๒ หาได้ไม่

         คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านว่า ผู้คัดค้านต้องส่งเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ ๒ ที่ฝากไว้กับผู้คัดค้านให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีตามหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค ๖ ว่า
ผู้คัดค้านอนุมัติให้จำเลยที่ ๒ กู้ยืมเงินและโอนเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท เข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ ๒
ที่ฝากไว้กับผู้คัดค้านในวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ เช่นนี้เงินจำนวนดังกล่าวย่อมตกเป็นของจำเลยที่ ๒ ในทันทีที่ผู้คัดค้านโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากดังกล่าว และผู้คัดค้านมีฐานะเป็นเพียงผู้รับฝากเงิน จำเลยที่ ๒ จึงมีสิทธิเบิกถอนเงินได้ทันทีตาม ป.พ.พ. มาตรา ๖๖๕ วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า “ผู้รับฝากจำต้องคืนทรัพย์สินซึ่งรับฝากไว้นั้นให้แก่ผู้ฝาก หรือทรัพย์สินนั้นฝากในนามของผู้ใด คืนให้แก่ผู้นั้น...” ในวันดังกล่าวจำเลยที่ ๒ จึงมีสิทธิเรียกร้องต่อผู้คัดค้านในอันที่จะเบิกถอนเงินได้ ไม่ใช่อยู่ในฐานะผู้ขอกู้ยืมเงิน
จากผู้คัดค้านอีกต่อไปดังที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ เมื่อเงินดังกล่าวตกเป็นเงินฝากของจำเลยที่ ๒ แล้ว โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ของจำเลยที่ ๒ ย่อมมีสิทธิขออายัดเงินดังกล่าว เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ การที่ผู้คัดค้านได้รับแจ้งคำสั่งอายัดตั้งแต่วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ คำสั่งอายัดย่อมมีผลบังคับทันที
ในวันดังกล่าว เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในวันที่ผู้คัดค้านได้รับแจ้งคำสั่งอายัด ผู้คัดค้านยังไม่ได้บอกล้างโมฆียกรรม ผู้คัดค้านจึงมีหน้าที่ต้องส่งเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ของจำเลยที่ ๒ ที่ฝากไว้กับผู้คัดค้านให้แก่
เจ้าพนักงานบังคับคดีภายในเวลาที่กำหนดไว้ในคำสั่งอายัด ส่วนการที่ผู้คัดค้านบอกล้างโมฆียกรรม
ในวันหลังจากที่ได้รับคำสั่งอายัดแล้ว ผลของการบอกล้างโมฆียกรรมระหว่างผู้คัดค้านกับจำเลยที่ ๒
มีอย่างไรก็เป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันต่างหาก สำหรับอุทธรณ์ข้ออื่นของผู้คัดค้านนั้นไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปที่ศาลแรงงานภาค ๖ มีคำสั่งยกคำร้องของผู้คัดค้านมานั้น
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

         อนึ่ง ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๗ บัญญัติว่า การยื่นคำฟ้องตลอดจนการดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ในศาลแรงงาน ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระ
ค่าฤชาธรรมเนียม และมาตรา ๕๑ บัญญัติเรื่องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงานไว้เป็นการเฉพาะแล้ว โดยไม่มีระบุให้ศาลแรงงานต้องสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ฉะนั้น จึงไม่ต้องนำ ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๑ (๕)
มาอนุโลมใช้ ที่ศาลแรงงานภาค ๖ สั่งให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับจึงไม่ถูกต้อง ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมาย
อันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
ก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเพื่อแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๒ (๕) ประกอบ พ.ร.บ.
จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗

         พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำสั่งศาลแรงงานภาค ๖ เฉพาะที่สั่งให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค ๖.

 

 (วิโรจน์  ตุลาพันธุ์ - ปณิธาน  วิสุทธากร - ไพรัช  โปร่งแสง)

 

อิศเรศ  ปราโมช  ณ  อยุธยา - ย่อ

สุโรจน์  จันทรพิทักษ์ - ตรวจ