Print
Category: 2560
Hits: 7

อุทธรณ์ที่ตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

 

หมายเลขคดีดำที่ ร.209/2560                      บริษัทรมย์รวินท์  เวชกรรม จำกัด กับพวก             โจทก์

หมายเลขคดีแดงที่ 599/2560                       นายธนรัชฎ์  ทยากร                                      จำเลย

 

ป.วิ.พ. มาตรา 93

พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง, 54 วรรคหนึ่ง

 

          พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง ให้ศาลแรงงานมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบได้เองตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมในอันที่จะให้ได้ความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดี แม้จำเลยจะอุทธรณ์ว่าสัญญาแพทย์เป็นสำเนาเอกสาร แต่การที่ศาลแรงงานกลางรับฟังและได้วินิจฉัยถึงสัญญาแพทย์ในคำพิพากษา แสดงว่าศาลแรงงานกลางเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมในอันที่จะให้ได้ความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดีจึงรับฟังเอกสารดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 45 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ให้ใช้ในการพิจารณาคดีแรงงานโดยเฉพาะ การรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางจึงชอบด้วยกฎหมาย ไม่ขัดต่อ ป.วิ.พ. มาตรา 93

            ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่าเอกสารสัญญาแพทย์เป็นเอกสารปลอมนั้น เมื่อศาลแรงงานกลางพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ววินิจฉัยว่าข้ออ้างของจำเลยฟังไม่ขึ้น อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นการอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง และที่จำเลยอุทธรณ์ว่า เมื่อโจทก์ทั้งสองนำสืบค่าเสียหายได้ไม่สมฟ้องแล้วต้องพิพากษายกฟ้องจะกำหนดค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสองไม่ได้นั้น เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายของศาลแรงงานกลาง อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเช่นกัน ซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง

______________________________

 

          โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง

          จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

          ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหาย 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับจากวันฟ้องคือวันที่ 20 มกราคม 2559 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

          จำเลยอุทธรณ์

            ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจบังคับบัญชาจำเลย สัญญาแพทย์ เป็นสัญญาจ้างแรงงาน จำเลยจึงเป็นลูกจ้างของโจทก์ทั้งสอง ส่วนสัญญาแพทย์ ข้อ 10 เป็นสัญญาที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพของลูกจ้างในการประกอบอาชีพการงานหรือห้ามมิให้ประกอบธุรกิจการค้าลักษณะอย่างเดียวกับนายจ้าง ซึ่งเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่มุ่งรักษาสิทธิและประโยชน์ของคู่กรณีโดยชอบ แต่มีการกำหนดระยะเวลายาวนานถึง 10 ปี และกำหนดค่าปรับถึงจำนวน 10 เท่าของเงินเดือนสุดท้าย เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของลูกจ้างให้ต้องได้รับภาระมากเกินสมควร จึงเป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรมแก่จำเลย จึงกำหนดให้มีผลบังคับเพียงสองปีนับแต่วันพ้นจากตำแหน่งลูกจ้าง และค่าปรับไม่เกินสองเท่าของเงินเดือน เมื่อจำเลยเปิดคลินิกเวชกรรมเสริมความงามมีลักษณะเดียวกันกับโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นคลินิกเวชกรรมเพื่อเสริมความงาม ไม่เกินระยะเวลาในสัญญา การกระทำของจำเลยจึงเป็นการผิดสัญญาแพทย์ซึ่งเป็นสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์ทั้งสองและจำเลย ค่าเสียหายที่โจทก์ทั้งสองเรียกมาเป็นเพียงประมาณการ ไม่ใช่ค่าเสียหายโดยตรงอันเกิดจากการกระทำของจำเลย เห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสอง 500,000 บาท

          คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การรับฟังสัญญาแพทย์ซึ่งเป็นสำเนาเอกสาร ของศาลแรงงานกลางชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยอุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางรับฟังเอกสารสัญญาแพทย์ ที่เป็นสำเนาเอกสารไม่ได้ ขัดกับการรับฟังพยานเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93 เห็นว่า การที่ศาลแรงงานกลางรับฟังพยานเอกสารสัญญาแพทย์ และได้วินิจฉัยถึงเอกสารดังกล่าวในคำพิพากษา แสดงว่าศาลแรงงานกลางเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมในอันที่จะให้ได้ความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดีจึงรับฟังเอกสารดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติให้ใช้ในการพิจารณาคดีแรงงานโดยเฉพาะ การรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางจึงชอบด้วยกฎหมาย ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93 อุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวฟังไม่ขึ้น

          ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ต่อไปว่า จำเลยไม่เคยลงลายมือชื่อในสัญญาแพทย์กับโจทก์ทั้งสอง สัญญาดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอมนั้น เห็นว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยแล้วว่า ข้ออ้างเรื่องสัญญาปลอมดังกล่าวของจำเลยฟังไม่ขึ้น อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นการอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษไม่รับวินิจฉัย

          และที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ตามสัญญาข้อ 10 หน้าที่ 2 ไม่ปรากฏว่ามีลายมือชื่อของจำเลยรับทราบหรือรู้เห็นยินยอมด้วย รวมทั้งบันทึกขยายเวลาจ้าง ซึ่งเกี่ยวเนื่องมาจากสัญญาที่บังคับไม่ได้ ศาลแรงงานกลางจึงไม่อาจรับฟังบันทึกขยายเวลาจ้างดังกล่าว เป็นผลร้ายแก่ฝ่ายจำเลย และที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยยอมรับในคำเบิกความว่าได้รับทราบข้อความในสัญญาแพทย์แล้ว หากไม่ได้ลงลายมือชื่อก็ไม่น่าที่จะทราบข้อความตามเอกสารนั้นเป็นการไม่ชอบเพราะจำเลยไม่เคยเห็นสัญญาแพทย์มาก่อน แต่เพิ่งเห็นเมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้และได้แนบสำเนาสัญญาแพทย์ฉบับเดียวกันนี้มาท้ายฟ้องในคดีดังกล่าวจำเลยจึงทราบข้อความในสัญญาแพทย์และเมื่อศาลแรงงานกลางเห็นว่าโจทก์ทั้งสองนำสืบค่าเสียหายได้ไม่สมตามฟ้องแล้วต้องพิพากษายกฟ้องโดยจะกำหนดค่าเสียหาย 500,000 บาท ให้แก่โจทก์ทั้งสองในกรณีนี้ไม่ได้นั้น ก็ล้วนแต่เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานและการกำหนดค่าเสียหายของศาลแรงงานกลาง อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษไม่รับวินิจฉัย

          พิพากษายืน.

 

(เกื้อ  วุฒิปวัฒน์ - สุจินต์  เชี่ยวชาญศิลป์ - วิชชุพล  สุขสวัสดิ์)

 

ศาลแรงงานกลาง        นายฐิติ  สุเสารัจ

 

นายธัชวุทธิ์  พุทธิสมบัติ                     ผู้ช่วยฯ/ย่อสั้น

นายสุโรจน์  จันทรพิทักษ์                   ผู้พิพากษาฯ ประจำกองผู้ช่วยฯ/ตรวจย่อสั้น/ตรวจย่อยาว

นางสาวนิติรัตน์  ศิระภัสร์บารมี            นิติกร/ย่อยาว

นางสาวมนัสนันท์  อิ่มใจ                   พิมพ์