Print
Category: 2560
Hits: 45

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 341/๒๕๖0          บริษัทสวนพฤกษชาติ

                                                                              ภูเก็ต จำกัด                      โจทก์

                                                                              นายยุทธพงษ์ อินทองเพ็ชร์ ในฐานะ

                                                                              พนักงานตรวจแรงงาน         จำเลย

พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง

พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘, ๑๑๙

         ตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานภาค ๘ รับฟังมาได้ความว่า พฤติการณ์ดังกล่าวของ อ. และ น. เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและเป็นการฝ่าฝืนระเบียบของนายจ้างที่ไม่ระมัดระวัง
ในการตรวจสอบสินค้า ไม่ปรากฏว่า อ. และ น. ได้กระทำการใดหรือมีพฤติการณ์ใดที่ส่อแสดงให้เห็นว่า อ. และ น. มีเจตนาที่จะเอาสินค้าของโจทก์ไปเป็นของตน จึงถือไม่ได้ว่าลูกจ้างทั้งสองทุจริตต่อหน้าที่ที่โจทก์จะเลิกจ้างในทันที

         ส่วนอุทธรณ์โจทก์ที่ว่า อ. และ น. ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นการอุทธรณ์คัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค ๘ ซึ่งวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า
โจทก์เลิกจ้าง อ. และ น. กรณีไม่ใช่การที่ลูกจ้างละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร อุทธรณ์โจทก์ดังกล่าวเป็นการอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน
ของศาลแรงงานภาค ๘ อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม พ.ร.บ. จัดตั้ง
ศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง

         เมื่อโจทก์เลิกจ้าง อ. และ น. โดย อ. และ น. มิได้กระทำความผิดดังที่โจทก์อ้างอันเป็นเหตุยกเว้นที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา ๑๑๙ แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ อ. และ น. ซึ่งเป็นลูกจ้างตามมาตรา 1๑๘
แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

_____________________________

         โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จังหวัดภูเก็ตที่ ๓๗/๒๕๕๙

         จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

         ศาลแรงงานภาค ๘ พิพากษาให้โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงานจังหวัดภูเก็ตที่ ๓7/2๕๕๙ เฉพาะคำสั่งที่ให้จ่ายค่าชดเชย ๓2,๑๐๐ บาท
แก่นางสาวอำพร และให้จ่ายค่าชดเชย ๑๑,0๐๐ บาท แก่นางสาวนิภา

         โจทก์อุทธรณ์

         ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คำพิพากษาศาลแรงงานภาค ๘
ที่ให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยให้แก่นางสาวอำพร และนางสาวนิภา ตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ตที่ ๓๗/๒๕๕๙ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ลูกจ้างทั้งสองรายดังกล่าวมีพฤติกรรมทุจริตและขาดงานละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน เนื่องจากมีสินค้าสูญหายทุกเดือนตั้งแต่ลูกจ้างทั้งสองเข้าทำหน้าที่ และมีการกระทำที่เป็นพิรุธไม่ให้
ความร่วมมือในการตรวจสอบสินค้า การที่นางสาวอำพรและนางสาวนิภามีพฤติกรรมในการทำหน้าที่
ส่อไปในทางทุจริตก็เป็นการเพียงพอที่โจทก์จะเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เห็นว่า ตามข้อเท็จจริง
ที่ศาลแรงงานภาค ๘ รับฟังมาได้ความว่า ไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้มีการสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงชัดเจนว่านางสาวอำพรและนางสาวนิภากระทำทุจริตเป็นผู้เอาสินค้าในร้านขายของที่ระลึกของโจทก์ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งโจทก์มีนโยบายตรวจสอบสินค้าภายในร้านขายของที่ระลึกอยู่เป็นประจำทุกเดือน และหากตรวจสอบแล้วพบว่าสินค้าสูญหาย นางสาวอำพรและนางสาวนิภาต้องเป็นผู้รับผิดชอบในราคาสินค้าที่สูญหายไปโดยหักจากเงินค่าจ้างในแต่ละเดือน ดังนี้ พฤติการณ์ดังกล่าวของนางสาวอำพร
และนางสาวนิภาเป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและเป็นการฝ่าฝืนระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้าง
ที่ไม่ระมัดระวังในการตรวจสอบสินค้า ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานภาค ๘ รับฟังมาข้างต้นไม่ปรากฎว่านางสาวอำพรและนางสาวนิภาได้กระทำการใดหรือมีพฤติการณ์ใดที่ส่อแสดงให้เห็นว่า นางสาวอำพรและนางสาวนิภามีเจตนาที่จะเอาสินค้าของโจทก์ไปเป็นของตน จึงถือไม่ได้ว่าลูกจ้างทั้งสองทุจริต
ต่อหน้าที่ที่โจทก์จะเลิกจ้างนางสาวอำพรและนางสาวนิภาได้ทันที อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
ส่วนอุทธรณ์โจทก์ที่ว่านางสาวอำพรและนางสาวนิภาละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน
โดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นการอุทธรณ์คัดค้านคำวินิจฉัยของศาลแรงงานภาค ๘ ซึ่งวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์เลิกจ้างนางสาวนิภาและนางสาวอำพรตั้งแต่วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๙ กรณีไม่ใช่การที่ลูกจ้าง
ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร อุทธรณ์โจทก์ดังกล่าว
เป็นการอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานภาค ๘ อันเป็นอุทธรณ์
ในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษไม่รับวินิจฉัย

         คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ต่อไปว่า โจทก์ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่นางสาวอำพรและนางสาวนิภาหรือไม่ เห็นว่า เมื่อโจทก็เลิกจ้างนางสาวอำพรและนางสาวนิภาโดยนางสาวอำพร
และนางสาวนิภามิได้กระทำความผิดกรณีหนึ่งกรณีใดดังที่โจทก์อ้างอันเป็นเหตุยกเว้นที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา ๑๑9 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้าง
จึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่นางสาวอำพรและนางสาวนิภาซึ่งเป็นลูกจ้างตามมาตรา ๑๑๘
แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ที่ศาลแรงงานภาค ๘ พิพากษา
มานั้นซอบแล้ว ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษเห็นพ้องด้วย

         พิพากษายืน

(วิเชียร แสงเจริญถาวร - ยิ่งศักดิ์ โอฬารสกุล - ดาราวรรณ ใจคำป้อ)

ณลินี วงค์นุกูล - ย่อ

ธัชวุทธิ์ พุทธิสมบัติ - ตรวจ