Print
Category: 2560
Hits: 57

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 23/๒๕๖0 นายฐิติวัฒน์ พรหมน้อย                  โจทก์

                                                                  บริษัทจัดการทรัพยสินและชุมชน จํากัด จำเลย

ป.พ.พ. มาตรา ๘๕๐

         บันทึกข้อตกลงที่โจทก์ตกลงทำขึ้นภายหลังออกจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยแล้วมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ย่อมมีอิสระที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์
ของตนเอง จึงมีผลบังคับกันได้ แต่บันทึกข้อตกลงดังกล่าวมีเพียงรายละเอียดเฉพาะที่เกี่ยวกับเช็คเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับเท่านั้น ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องอื่น ๆ เช่น ค่าจ้างในคดีนี้ดังนั้น บันทึกข้อตกลงจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่ระงับข้อพิพาทเรื่องการยึดถือเช็ค
ของโจทก์ไว้โดยจำเลยเท่านั้น ส่วนสิทธิเรียกร้องค่าจ้างระหว่างที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ลาอุปสมบทหาได้ระงับสิ้นไปด้วยไม่

______________________________

         โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยจ่ายค่าจ้าง ๙๑,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

         จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

         ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงิน ๙๑,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

         จำเลยอุทธรณ์

         ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยตั้งแต่วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๓๘ ตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้จัดการอาวุโส ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๙๑,0๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๘ โจทก์ยื่นใบลาเพื่ออุปสมบทระหว่างวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๘ ถึงวันที่ 31 มีนาคม ๒๕๕8 โดยได้รับอนุญาตจากจำเลย หลังจากโจทก์อุปสมบท
มิได้กลับเข้าทำงานกับจำเลยอีก เนื่องจากเกษียณอายุครบ ๖๕ ปีบริบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๘ต่อมาโจทก์และจำเลยได้ทำบันทึกข้อตกลง ให้โจทก์ได้รับเช็คเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ๔๒๘,๕๒๔.๕๑ บาท ไปจากจำเลย แล้ววินิจฉัยว่า ตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวมีมูลเหตุจากการที่จำเลยรับเช็คเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของโจทก์ตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๕๗ แล้วยังไม่ส่งมอบให้โจทก็โดยจุดประสงค์ของโจทก์และจำเลยตามบันทึกข้อตกลงเพียงต้องการระงับข้อพิพาทที่มีขึ้นหรืออาจจะมีขึ้นอันเกิดจากการที่จำเลยยึดหน่วงเช็คดังกล่าวเพื่อไม่ให้ต่างฝ่ายต่างดำเนินคดีต่อกันเท่านั้น ไม่รวมเรื่องอื่น ๆ อันเกี่ยวกับ
การจ้างแรงงาน การออกจากงานและรวมถึงค่าจ้างในระหว่างที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ลาอุปสมบทด้วย

         คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า บันทึกข้อตกลงเป็นสัญญาประนีประนอม
ยอมความระงับข้อพิพาทเรื่องค่าจ้างระหว่างที่โจทก์ลาอุปสมบทด้วยหรือไม่ ตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ทำขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘ หลังจากที่โจทก์ออกจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยแล้ว โดยข้อ ๑ ระบุว่าโจทก์จำเลยตกลงกันเป็นที่พอใจแล้ว โจทก์ยอมรับเช็คจำนวน ๔๒๘,๕๒๔.๕๑ บาท ไปจากจำเลย ส่วนข้อ ๒ และข้อ ๓ ระบุว่า โจทก์กับจำเลยไม่ติดใจจะร้องทุกข์หรือดำเนินคดีไม่ว่าทางใดกันอีกต่อไป หากได้ยื่นคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนไว้ ก็ต้องดำเนินการถอนคำร้องทุกข์ เห็นว่า เช็คที่ระบุ
ในบันทึกข้อตกลงเป็นเช็คเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่กองทุนทิสโก้ร่วมทุนมั่นคงส่งมาให้โจทก์ตั้งแต่
เดือนธันวาคม ๒๕๕๗ แต่จำเลยเก็บไว้มิได้ส่งมอบเช็คแก่โจทก์ ต่อมาโจทก์และจำเลยมีการตกลงกัน
โดยจำเลยยอมส่งมอบเช็คแก่โจทก์แล้ว โจทก์จะไม่ดำเนินคดีต่าง ๆ กับจำเลย บันทึกข้อตกลงดังกล่าว
จึงมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งโจทก์ตกลงทำขึ้นภายหลังออกจากการเป็นลูกจ้าง
ของจำเลยแล้ว โจทก์ย่อมมีอิสระที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของตนเองได้ จึงมีผลบังคับกันได้
แต่บันทึกข้อตกลงมีเพียงรายละเอียดเฉพาะที่เกี่ยวกับเช็คเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งโจทก์มีสิทธิ
ได้รับเท่านั้น หาได้กล่าวถึงเรื่องอื่น ๆ เช่น ค่าจ้างในคดีนี้ไม่ ดังนั้น บันทึกข้อตกลงจึงเป็น
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ระงับข้อพิพาทเรื่องการยึดถือเช็คของโจทก์ไว้โดยจำเลยเท่านั้น โดยสิทธิเรียกร้องค่าจ้างระหว่างที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ลาอุปสมบทหาได้ระงับสิ้นไปด้วยไม่ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยมานั้น ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์
ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

         พิพากษายืน.

(เกื้อ วุฒิปวัฒน์ - สุจินต์ เชี่ยวชาญศิลป์ - วิชชุพล สุขสวัสดิ์)

ณลินี วงค์นุกูล - ย่อ

อิศเรศ ปราโมช ณ อยุธยา - ตรวจ